HPV ติดต่อจากเพศสัมพันธ์ได้จริงไหม? ผู้ชายควรรู้ไว้ก่อนเสี่ยง

HPV ติดต่อจากเพศสัมพันธ์ได้จริงไหม? ผู้ชายควรรู้ไว้ก่อนเสี่ยง

เมื่อพูดถึงการติดเชื้อ HPV หรือ Human Papillomavirus หลายคนมักคิดถึงปัญหาสุขภาพของผู้หญิง เช่น มะเร็งปากมดลูก หรือหูดหงอนไก่ แต่ความจริงแล้วผู้ชายคือกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเช่นเดียวกัน และเป็นหนึ่งใน ผู้แพร่เชื้อสำคัญ โดยไม่รู้ตัว เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่มีอาการ จึงทำให้เข้าใจผิดว่า HPV เป็นเรื่องไกลตัวหรือเป็นโรคเฉพาะเพศหญิง

Love2test

คำถามหนึ่งที่ผู้ชายถามบ่อยมาก คือ HPV ติดต่อจากเพศสัมพันธ์จริงไหม?, ต้องมีการสอดใส่ไหมถึงจะติด?, แค่สัมผัสภายนอกเสี่ยง หรือไม่?

เรามีจะตอบสำหรับทุกคำถาม พร้อมอธิบายช่องทางการแพร่เชื้อที่เข้าใจง่าย วิธีป้องกัน ความเสี่ยง และเหตุผลว่าทำไมผู้ชายควรให้ความสำคัญกับ HPV เท่ากับผู้หญิง  หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ

HPV ติดต่อจากเพศสัมพันธ์ได้จริงไหม? ผู้ชายควรรู้ไว้ก่อนเสี่ยง

HPV คืออะไร? และทำไมจึงแพร่เชื้อได้ง่ายในผู้ชาย

Love2test

HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นไวรัสที่พบได้ทั่วไปในคนเกือบทุกประเทศทั่วโลก เชื้อมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยบางสายพันธุ์ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ ขณะที่บางสายพันธุ์คือ สายพันธุ์เสี่ยงสูง ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งช่องปาก มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งองคชาต

ผู้ชายติดเชื้อได้ง่ายกว่าผู้หญิงในหลายกรณี เพราะ

  • ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศมีเหงื่อ และความชื้นสูง
  • มักมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น เปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือไม่ใช้ถุงยาง
  • มีโอกาสสัมผัสผิวหนังของคู่นอนมากกว่าเพศอื่น
  • ส่วนใหญ่ไม่ตรวจ HPV จึงไม่รู้ว่าตัวเองมีเชื้ออยู่

ความจริงคือ ผู้ชายจำนวนมากติด HPV โดยไม่มีอาการเลยแม้แต่น้อย แต่สามารถแพร่เชื้อให้คู่นอนได้อย่างเต็มที

“ChatLove2test"

ทำไมผู้ชายควรรู้เรื่อง HPV มากกว่าที่คิด

หลายปีที่ผ่านมามีภาพจำผิดๆ ว่า HPV เป็นเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น ซึ่งทำให้ผู้ชายไม่ได้รับวัคซีน ตรวจโรค หรือให้ความสำคัญกับการป้องกันเท่าที่ควร ดังนี้

  • ผู้ชายแพร่เชื้อ HPV ได้มากกว่าที่ตัวเองคิด
  • ผู้ชายติดเชื้อเรื้อรังได้นานกว่าผู้หญิง
  • ผู้ชายมีความเสี่ยงมะเร็งจาก HPV หลายชนิด
  • การฉีดวัคซีนของผู้ชายช่วยลดการแพร่ในระดับสังคม
  • ป้องกันคู่นอนทั้งผู้ชาย และผู้หญิง

ความรู้ที่ถูกต้องจะช่วยให้ผู้ชายดูแลสุขภาพตัวเองได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงของผู้คนรอบตัวไปพร้อมกัน

“PrEPLove2test"

HPV ติดต่อจากเพศสัมพันธ์ได้จริงไหม? 

คำตอบ คือ จริงมาก และง่ายกว่าที่คิด

HPV ถือเป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบมากที่สุดในโลก และติดง่ายที่สุดเช่นกัน แค่สัมผัสผิวบริเวณอวัยวะเพศก็สามารถติดได้แล้ว ไม่ต้องมีการสอดใส่เสมอไป โดยการติดเชื้อ HPV ที่พบได้บ่อยในผู้ชาย ได้แก่

  • การสอดใส่ทางช่องคลอด
  • การสอดใส่ทางทวารหนัก
  • การมีเพศสัมพันธ์ทางปาก (Oral Sex)
  • การสัมผัสผิวบริเวณอวัยวะเพศ เช่น ขาหนีบ โคนอวัยวะเพศ
  • การสัมผัสเชื้อบริเวณมือแล้วไปสัมผัสอวัยวะเพศ
  • การสัมผัสผิวหนังที่มีหูดหงอนไก่ หรือแผลเล็กๆ

สิ่งที่ผู้ชายหลายคนไม่รู้คือ  แม้สวมถุงยางอนามัยก็ยังติดเชื้อ HPV ได้ เพราะถุงยางอนามัยไม่ได้ปิดคลุมผิวทั้งหมด เช่น โคนอวัยวะเพศ ขาหนีบ หรือบริเวณหัวหน่าว

เพศสัมพันธ์แบบไหนเสี่ยงติด HPV มากที่สุด?

แม้จะมีหลายช่องทางที่ติดต่อเชื้อ HPV ได้ แต่ระดับความเสี่ยงจะแตกต่างกันในแต่ละรูปแบบของกิจกรรมทางเพศ เช่น

  • สอดใส่ทางทวารหนัก – เสี่ยงที่สุด เพราะเยื่อบุบาง ฉีกขาดง่าย
  • สอดใส่ทางช่องคลอด – พบได้บ่อยที่สุดในประชากรทั่วไป
  • Oral Sex (ช่องปาก–อวัยวะเพศ) – เสี่ยงกว่าที่หลายคนคิด และเกี่ยวข้องกับมะเร็งช่องปาก/คอหอย
  • สัมผัสผิวหนังโดยไม่มีการสอดใส่ – เสี่ยง แต่ต่ำกว่ากิจกรรมสอดใส่
  • ใช้ของร่วมกัน เช่น ของเล่นทางเพศ – เสี่ยงตามระดับความสะอาดของอุปกรณ์

ดังนั้นคำว่า ไม่มีการสอดใส่เลยไม่น่าติด จึงเป็นความเข้าใจผิดที่อันตรายมาก

ผู้ชายติด HPV ได้อย่างไร? แม้ไม่มีการมีเพศสัมพันธ์

หลายคนประหลาดใจที่พบว่าตัวเองติดเชื้อทั้งที่ ไม่ได้มีอะไรเยอะ หรือแค่ลองนิดๆ หน่อยๆ เพราะเชื้อ HPV แพร่ได้จากการสัมผัสเพียงผิวหนังต่อผิวหนัง

ตัวอย่างพฤติกรรมเสี่ยงที่ผู้ชายมักไม่รู้ตัว

  • ใช้ปากสัมผัสอวัยวะเพศคู่นอน
  • ถู หรือเสียดสีกันบริเวณขาหนีบ
  • ใช้ของเล่นทางเพศสลับกัน
  • ใช้มือสัมผัสบริเวณอวัยวะเพศแล้วจับส่วนอื่นต่อ
  • มีเหงื่อ หรือความอับชื้นในขาหนีบ ทำให้ผิวไวต่อการติดเชื้อ

สิ่งที่ทำให้ HPV น่ากลัวคือ แค่การสัมผัสก็เพียงพอสำหรับการแพร่เชื้อ

ผู้ชายมีความเสี่ยงอะไรจากการติดเชื้อ HPV

ผู้ชายมีความเสี่ยงอะไรจากการติดเชื้อ HPV?

ผู้ชายที่ติดเชื้อ HPV ไม่ได้มีแค่โอกาสติด หูดหงอนไก่ เท่านั้น แต่ยังเสี่ยงโรคที่ร้ายแรงกว่านั้นโดยไม่รู้ตัว

โดยโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV ในผู้ชาย ได้แก่

  • หูดหงอนไก่
  • มะเร็งทวารหนัก
  • มะเร็งองคชาต (Penile Cancer)
  • มะเร็งช่องปาก และคอหอย (Oropharyngeal Cancer)
  • มะเร็งต่อมทอนซิล
  • ภาวะติดเชื้อเรื้อรังที่ไม่มีอาการเป็นปีๆ

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ผู้ชายติด HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูง และหายช้ากว่าผู้หญิง ทำให้เชื้ออยู่ในร่างกายได้นานกว่า และมีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งสูงขึ้น

ใครบ้างที่ควรพิจารณาตรวจ HPV?

ผู้ชายในกลุ่มต่อไปนี้ควรเข้ารับการตรวจ หรือปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจ HPV

  • ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
  • ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน หรือเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
  • ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางปากเป็นประจำ
  • ผู้ที่เคยเป็นหูดหงอนไก่
  • ผู้ที่มีคู่นอนตรวจพบ HPV หรือมีประวัติมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

แม้ไม่มีอาการ หากอยู่ในกลุ่มเสี่ยง การตรวจสามารถช่วยค้นหาปัญหาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นได้

อาการของการติดเชื้อ HPV ในผู้ชาย 

สิ่งที่ทำให้ HPV ระบาดในประชากรจำนวนมากคือความจริงที่ว่า ผู้ชายเกือบ 80% ไม่แสดงอาการใดๆ แต่ในรายที่มีอาการมักพบอาการดังนี้

  • ตุ่ม หรือก้อนเนื้อเล็กๆ คล้ายดอกกะหล่ำ
  • ผิวหนังนูนผิดปกติที่อวัยวะเพศ
  • แสบร้อน คัน หรือระคายเคือง
  • มีก้อนเนื้อในช่องปาก หรือเจ็บคอเรื้อรัง (กรณีติดจาก Oral Sex)
  • เจ็บบริเวณทวารหนักหลังมีเพศสัมพันธ์

หากไม่ได้ตรวจ อาจไม่รู้เลยว่าติดเชื้อมาเป็นปี

ผู้ชายควรตรวจ HPV หรือไม่? ตรวจอะไรได้บ้าง?

ปัจจุบันมีหลายวิธีตรวจที่ใช้ประเมินการติดเชื้อ HPV ในผู้ชาย โดยเลือกตามพฤติกรรมเสี่ยง และตำแหน่งที่อาจติดเชื้อ

  • Anal HPV Test (Anal Swab) เป็นการเก็บตัวอย่างเซลล์จากภายในทวารหนัก เพื่อตรวจหา DNA ของเชื้อ HPV เหมาะสำหรับ
    • ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
    • กลุ่มชายรักชาย (MSM)
    • ผู้ที่มีความเสี่ยงมะเร็งทวารหนัก
    • การตรวจนี้ช่วยค้นหาการติดเชื้อสายพันธุ์เสี่ยงสูง และการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็งในอนาคต
  • ตรวจหูดภายนอกด้วยการตรวจร่างกาย แพทย์สามารถตรวจพบ
    • หูดหงอนไก่
    • รอยโรคที่อวัยวะเพศ ขาหนีบ หรือรอบทวารหนัก
    • แม้จะไม่สามารถบอกสายพันธุ์ของเชื้อได้จากการดูด้วยตาเปล่า แต่ช่วยวินิจฉัยการติดเชื้อที่แสดงอาการ และวางแผนการรักษาได้ทันที
    • ข้อจำกัด: หากเป็นสายพันธุ์เสี่ยงสูงที่ไม่ทำให้เกิดหูด อาจไม่พบความผิดปกติจากการตรวจภายนอก
  • การตรวจ HPV ในช่องปาก (Oral HPV Test) ใช้ในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางปากบ่อย หรือมีอาการผิดปกติในช่องปาก และลำคอ เช่น
    • เจ็บคอเรื้อรัง
    • มีก้อนในคอ
    • แผลในปากที่ไม่หาย
    • การตรวจอาจใช้การเก็บเซลล์จากช่องปาก หรือคอ เพื่อตรวจหาเชื้อ HPV ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งช่องปาก และคอหอย
  • การตรวจ DNA ของเชื้อ HPV จากผิวหนัง หรือเยื่อบุ บางคลินิกเฉพาะทางสามารถเก็บตัวอย่างจาก
    • ผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ
    • ทวารหนัก
    • ช่องปาก
    • เพื่อตรวจสายพันธุ์ของเชื้อ HPV โดยตรง ช่วยระบุได้ว่าเป็น
    • สายพันธุ์เสี่ยงต่ำ (ก่อหูด)
    • หรือสายพันธุ์เสี่ยงสูง (เกี่ยวข้องกับมะเร็ง)
    • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการประเมินความเสี่ยงเชิงลึก หรือมีประวัติโรคที่เกี่ยวข้องกับ HPV

การรักษาการติดเชื้อ HPV ในผู้ชาย ทำอย่างไรได้บ้าง?

ปัจจุบัน ยังไม่มียาที่สามารถกำจัดเชื้อไวรัส HPV ออกจากร่างกายได้โดยตรง การรักษาจึงมุ่งเน้นไปที่

  • การรักษาอาการที่เกิดขึ้น
  • การกำจัดรอยโรค เช่น หูด
  • การติดตามภาวะแทรกซ้อน เช่น มะเร็ง

ในหลายกรณี ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถกำจัดเชื้อ HPV ได้เองภายใน 1–2 ปี แต่ระหว่างนั้นผู้ติดเชื้อยังสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ และบางรายอาจพัฒนาเป็นโรคเรื้อรัง

หากไม่มีอาการ ต้องรักษาหรือไม่?

ถ้าผู้ชายติดเชื้อ HPV แต่ ไม่มีหูด ไม่มีรอยโรค และไม่มีอาการผิดปกติ แพทย์มักจะแนะนำให้

  • เฝ้าระวังอาการ
  • ตรวจติดตามเป็นระยะ (ในกลุ่มเสี่ยง)
  • ดูแลสุขภาพ และเสริมภูมิคุ้มกัน

เพราะร่างกายอาจกำจัดเชื้อได้เองโดยไม่ต้องรักษาใดๆแต่ยังคงต้อง ป้องกันการแพร่เชื้อให้คู่นอน และพิจารณาฉีดวัคซีนแม้เคยติดเชื้อแล้ว

การรักษาหูดหงอนไก่จาก HPV ในผู้ชาย

หากติดเชื้อสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ การรักษาจะเน้นที่การกำจัดหูด ซึ่งมีหลายวิธี เช่น

  • ยาทาภายนอกตามแพทย์สั่ง เพื่อทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อ
  • จี้ไฟฟ้า (Electrocautery)
  • เลเซอร์
  • การผ่าตัดเล็กเพื่อนำหูดออก

สำคัญ: การเอาหูดออก ไม่ได้แปลว่าเชื้อ HPV หายไปจากร่างกายท เชื้อยังอาจหลงเหลืออยู่ในผิวหนังรอบๆ และสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ทจึงจำเป็นต้อง

  • มาพบแพทย์ตามนัด
  • งดมีเพศสัมพันธ์จนกว่ารอยโรคจะหาย
  • ใช้วิธีป้องกันทุกครั้งเมื่อกลับมามีกิจกรรมทางเพศ

หากติดเชื้อสายพันธุ์เสี่ยงสูง ต้องดูแลอย่างไร?

HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงอาจไม่ก่อให้เกิดหูด แต่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งในผู้ชาย เช่น มะเร็งทวารหนัก มะเร็งช่องปาก และมะเร็งองคชาต

แนวทางดูแลจะเน้นที่

  • การตรวจติดตามรอยโรค
  • การตรวจเฉพาะทาง เช่น Anal Swab หรือการตรวจช่องปาก
  • หากพบเซลล์ผิดปกติ แพทย์จะพิจารณาการรักษาตามระดับความรุนแรง

การตรวจพบเร็วช่วยให้รักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และลดโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็ง

การเสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยให้ร่างกายกำจัดเชื้อได้ดีขึ้น

แม้ไม่มียาฆ่าเชื้อ HPV โดยตรง แต่การดูแลสุขภาพมีผลต่อความสามารถของร่างกายในการกำจัดเชื้อ เช่น

  • นอนหลับเพียงพอ
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงบุหรี่ และแอลกอฮอล์
  • ลดความเครียด

ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอจะมีโอกาสติดเชื้อเรื้อรัง และเกิดภาวะแทรกซ้อนได้มากกว่า

ผู้ชายควรทำอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยงติด HPV

การป้องกัน HPV ต้องทำหลายวิธีร่วมกัน ไม่ใช่แค่วิธีใดวิธีหนึ่ง แนวทางลดความเสี่ยงที่ได้ผลจริง มีดังนี้

  • ฉีดวัคซีน HPV ให้ครบ
  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
  • ไม่ใช้ของเล่นทางเพศร่วมกับผู้อื่น
  • ล้างมือก่อนสัมผัสอวัยวะเพศ
  • หลีกเลี่ยงการเสียดสีบริเวณที่มีผื่น หรือแผล
  • รักษาภาวะผิวหนังอับชื้น เช่น เชื้อราขาหนีบ

สิ่งสำคัญคือ การสื่อสารกับคู่นอนอย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับความเสี่ยง และการป้องกัน

ถุงยางอนามัยป้องกัน HPV ได้มากน้อยแค่ไหน?

แม้ถุงยางอนามัยจะช่วยลดความเสี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิด แต่สำหรับ HPV ประสิทธิภาพจะลดลงบางส่วน

ข้อจำกัดของถุงยางเมื่อเทียบกับ HPV

  • ไม่สามารถคลุมบริเวณขาหนีบ
  • ไม่คลุมบริเวณหัวหน่าว
  • ไม่คลุมโคนอวัยวะเพศ
  • ไม่คลุมผิวหนังบริเวณอัณฑะ

ดังนั้น แม้ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง ก็ยังเสี่ยงติดเชื้อได้จากบริเวณผิวที่ถุงยางไม่ได้ครอบคลุม

อย่างไรก็ตาม ถุงยางอนามัยยังช่วย ลด ไม่ใช่ป้องกันทั้งหมด ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่ควรใช้ร่วมกับวิธีป้องกันอื่นๆ เช่น วัคซีน HPV

วัคซีน HPV สำหรับผู้ชาย เป็นเกราะป้องกันสำคัญที่สุด

วัคซีน HPV สำหรับผู้ชาย เป็นเกราะป้องกันสำคัญที่สุด

วัคซีน HPV คือ การป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้ชาย และเป็นสิ่งที่ ควรฉีด มากกว่า ฉีดก็ได้

ประโยชน์ของวัคซีน HPV ในผู้ชาย

  • ลดโอกาสเกิดหูดหงอนไก่
  • ลดความเสี่ยงมะเร็งที่เกิดจาก HPV
  • ช่วยป้องกันคู่นอน
  • ลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อในสังคม
  • คุ้มค่าต่อสุขภาพระยะยาว

วัคซีน 9 สายพันธุ์ (HPV9) เป็นตัวเลือกที่ครอบคลุมมากที่สุด เพราะป้องกันสายพันธุ์เสี่ยงสูงที่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็ง ซึ่งผู้ชายทุกกลุ่มควรฉีด โดยเฉพาะ

  • วัยรุ่น
  • ผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคน
  • ผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
  • ผู้ชายที่เคยมีหูดหงอนไก่มาก่อน

เคยติด HPV แล้ว ยังต้องฉีดวัคซีนหรือไม่?

คำตอบคือ ยังควรฉีดวัคซีน HPV แม้เคยติดเชื้อมาแล้ว เพราะว่า

  • วัคซีนป้องกันได้หลายสายพันธุ์
  • การติดครั้งก่อนอาจเป็นคนละสายพันธุ์กับที่วัคซีนป้องกัน
  • ช่วยลดโอกาสติดเชื้อซ้ำและลดความรุนแรงของโรค

วัคซีนจึงเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันระยะยาว แม้ในผู้ที่เคยมีประวัติติดเชื้อ

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

HPV ไม่ได้เป็นเรื่องของผู้หญิงเท่านั้น แต่เป็นปัญหาที่ผู้ชายต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กัน เชื้อไวรัสนี้สามารถอยู่ในร่างกายได้โดยไม่แสดงอาการ แต่มีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว ตั้งแต่หูดหงอนไก่จนถึงมะเร็งหลายชนิด การฉีดวัคซีน การป้องกันเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และการตรวจคัดกรองเป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยง ผู้ชายทุกคนควรตระหนักว่า การดูแลสุขภาพทางเพศไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการรับผิดชอบต่อตนเองและคู่นอน การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างเท่าเทียมคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดภาระของโรค HPV ในสังคมในระยะยาว

เอกสารอ้างอิง

  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC). About Genital HPV Infection. ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการติดเชื้อ HPV ทางอวัยวะเพศ การติดต่อผ่านเพศสัมพันธ์ และการป้องกัน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/sti/about/about-genital-hpv-infection.html CDC
  • World Health Organization (WHO). Human papillomavirus (HPV) and cancer. ข้อมูลเกี่ยวกับ HPV ในฐานะเชื้อไวรัสติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย การเกิดมะเร็ง และการป้องกันด้วยวัคซีน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/human-papilloma-virus-and-cancer World Health Organization
  • Pan American Health Organization (PAHO). Human Papillomavirus (HPV) and Cervical Cancer: Fact Sheets. อธิบายว่า HPV เป็นเชื้อไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อย และเชื่อมโยงกับมะเร็งหลายชนิดในมนุษย์. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.paho.org/en/topics/sexually-transmitted-infections/human-papillomavirus-and-cervical-cancer-fact-sheets Pan American Health Organization
  • กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการให้บริการวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV). เอกสารแนวทางเชิงนโยบายด้านการฉีดวัคซีนและการป้องกันการติดเชื้อ. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.ddc.moph.go.th/uploads/publish/1722220250709093427.pdf ddc.moph.go.th
  • Love Foundation. Human Papillomavirus (HPV). บทความให้ความรู้เกี่ยวกับ HPV ในผู้ชาย ความเสี่ยงต่อมะเร็งและหูดหงอนไก่ รวมถึงการป้องกัน. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://lovefoundation.or.th/en/what-is-hpv/ มูลนิธิเพื่อรัก Love Foundation

Similar Posts